ยาสมุนไพรจีน,สมุนไพรจีนโบราณ,ยาจีน,ตำรับ,ร้านขายยาจีน

ดูแลร่างกายอย่างไรไม่ให้ ไตเสื่อม​

✅ ปัสสาวะบ่อย
✅ ขอบตาดำคล้ำ
✅ ปวดหลังเรื้อรัง​

 

     โปรดระวัง #ไต อาจกำลังจะเสื่อม !เนื่องด้วยสภาพสังคมและรูปแบบการทำงานในปัจจุบันทำให้หลาย ๆ คนต้องทำงานหนักและพักผ่อนน้อยลง อีกทั้งยังดำเนินชีวิตอย่างไม่ถูกสุขลักษณะ อาทิเช่น การรับประทานอาหารที่ไม่ครบหมู่ ทานแต่ของปิ้ง ย่าง ทอด ของดอง รวมถึงการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ และการใช้ยาในปริมาณที่ไม่เหมาะสม สิ่งเหล่านี้อาจส่งผลต่อ “ไต” ซึ่งเป็นหนึ่งในอวัยวะที่สำคัญที่สุดทั้ง 5 ในศาสตร์การแพทย์แผนจีน ที่อาจกำลังเสื่อมลงโดยที่คุณไม่รู้ตัว จนเกิดอาการต่าง ๆ ตามมาได้

 

     ซึ่งจากข้อมูลของสมาคมโรคไตนั้นบอกว่าในปี พ.ศ.2558 มีผู้ป่วย 75,000 ราย หรือ 1,198 รายต่อประชากร 1 ล้านคนที่ต้องฟอกเลือด ฟอกไตทางช่องท้อง และปลูกถ่ายไต

 

1 ปรับรูปแบบการทานอาหาร

 

✅ เน้นทานอาหารรสจืดทานเนื้อสัตว์พอประมาณ ไม่เยอะเกินไป เพราะจะทำให้ไตทำงานหนัก ทานเนื้อสัตว์จำพวกปลา ไข่ขาว และผักสดผลไม้สด

❎ งดการทานเนื้อสัตว์ที่ย่อยยากเช่น เนื้อวัว เนื้อแกะ งดอาหารรสหวาน มัน เค็มจัด บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารฟาสฟู๊ด ไอศกรีม น้ำอัดลม น้ำหวาน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น

 

2 ดื่มน้ำในปริมาณที่พอเหมาะ

 

     ควรดื่มน้ำสะอาด (ไม่เย็น) ให้ได้ราว ๆ 1,500-2,000 มล. หรือประมาณ 6-8 แก้วต่อวัน เพราะการดื่มน้ำในปริมาณที่ไม่เหมาะสมนั้นเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักของอาการไตเสื่อม การดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวัน จะช่วยเอื้ออำนวยต่อหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือดและขับออกทางปัสสาวะ ซึ่งถือเป็นหน้าที่หลักของไต

 

3 ไม่ทำงานหักโหมและเครียดจนเกินไป

 

     การทำงานหนักและความเครียดก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของไตเสื่อมด้วยเช่นกันครับ เพราะเมื่อร่างกายขาดการพักผ่อนที่เพียงพอ อวัยวะภายในร่างกายก็จะไม่ได้รับการฟื้นฟู และซ่อมแซมตัวเองอย่างเต็มที่ ก็อาจทำให้ไตเสื่อมสภาพลงได้ง่ายรวมถึงความเครียดนั้นจะทำให้เราหายใจสั้นลง ส่งผลให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้น้อย ทำให้อวัยวะต่าง ๆ รวมถึงไตนั้นได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ

 

 

4 ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

 

     การไม่ออกกำลังกายเป็นสาเหตุของหลาย ๆ โรค ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน ไขมันอุดตันเส้นเลือด ไขมันพอกตับ เส้นเลือดอุดตัน โรคหัวใจ และอื่นๆ รวมไปถึงโรคไตด้วยเช่นกัน ลองหันมาเน้นการออกกำลังกายแบบแอโรบิค เช่น การวิ่ง เดินเร็ว ว่ายน้ำ โยคะ หรือไทเก๊ก

 

5 ใช้ยาด้วยความระมัดระวัง

 

     ยาบางชนิดแม้มีผลการรักษาที่ดีแต่ก็มีโทษต่อไต อย่างเช่น ยาแก้ปวดลดการอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ อย่าง ไอบูโพรเฟน ไดโคฟีแนค ซีลีคอกซิบ ดังนั้น เราจึงควรใช้ยาในปริมาณน้อยที่สุดและใช้ในระยะเวลาสั้นที่สุด และควรอยู่ในคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น

 

6 บำรุงไตแบบแพทย์แผนจีน

 

     หลักการบำรุงไตของแพทย์แผนจีนนั้นจะทำโดยการฝังเข็มเพื่อเพื่อให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และฝังเข็มเพื่อควบคุมการทำงานของไตและช่องปัสสาวะ เพื่อให้กำจัดของเสียได้มากขึ้น จากนั้นจะใช้ยาสมุนไพรคอยช่วยปรับสมดุลในร่างกายควบคู่กัน โดยควรอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่ควรเลือกหาสมุนไพรทานเอง เพราะการเลือกทานพืชสมุนไพรผิด

ประเภทก็อาจส่งผลให้การทำงานของไตผิดปกติและเสี่ยงอันตรายได้

 

#อาการใดเสี่ยงต่อภาวะไตเสื่อม

สำหรับผู้ที่เริ่มมีภาวะไตเสื่อมนั้นมักจะมีอาการดังต่อไปนี้

 

▪ ใบหน้าหมองคล้ำ ขอบตาดำ หนังตาบวม

▪ มีอาการปัสสาวะผิดปกติ เช่น ปัสสาวะลำบาก เป็นฟอง มีเลือดปน หรือปัสสาวะบ่อยจนผิดปกติ

▪ ปวดเมื่อยตามตัว โดยเฉพาะหลังและเอว

▪ กล้ามเนื้อเป็นตะคริวง่าย โดยเฉพาะตอนกลางคืน

▪ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่มีเรี่ยวแรง มึนหัวบ่อย ๆ

▪ ระบบการมองและการฟังประสิทธิภาพแย่ลง

▪ มีภาวะซึมเศร้า ขี้หลงลืม ไม่อยากอาหาร

▪ นอนไม่หลับ หรือหลับได้ไม่สนิทผมร่วงง่าย หรือผมหงอกก่อนวัย

▪ ฟันโยกง่าย รากฟันไม่แข็งแรง

▪ มีอาการจาม คัดจมูก และเป็นหวัดได้ง่าย

▪ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว หลั่งเร็วในเพศชาย และประจำเดือนมาไม่ปกติในเพศหญิง

 

หากใครมีอาการเหล่านี้อยู่หลายข้อ ก็แสดงว่าอาจเสี่ยงต่อภาวะไตเสื่อม ควรได้รับการตรวจรักษาและปรับรูปแบบการใช้ชีวิตก่อนที่อาการจะลุกลามมากขึ้น

 

หากร่างกายของคุณส่งสัญญาณเตือนมีความเสี่ยงต่อภาวะไตเสื่อม ก็อย่าได้นิ่งนอนใจ ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเสียใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ไตเสื่อมลงจนกลายเป็นโรคเรื้อรัง

 

ถึงแม้ว่าจะมีภาวะไตเสื่อมแล้ว แต่หากเราได้รับการตรวจรักษาเสียตั้งแต่เนิ่น ๆ และคอยหมั่นดูแลสุขภาพร่างกายของเราอย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยถนอมไตให้อยู่กับเราไปนาน ๆ