ยาสมุนไพรจีน,สมุนไพรจีนโบราณ,ยาจีน,ตำรับ,ร้านขายยาจีน

 “ โสม “  ราชาแห่งมวลสมุนไพร

     โสมเป็นพืชสมุนไพรที่ได้รับการยอมรับ และขนานนามมานับพันปี โดยเฉพาะในแถบเอเชียอย่างจีนและเกาหลีนั้น ได้นำโสมมาใช้ในตำรับยาสมุนไพรเพื่อบำรุงร่างกายมาอย่างยาวนาน เนื่องจากโสมนั้นมีคุณสมบัติที่โดดเด่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสรรพคุณบำรุงกำลัง บรรเทาความอ่อนเพลีย ช่วยให้ร่างกายและจิตใจสดชื่นมีชีวิตชีวา เป็นต้น

 

     โดยวันนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับ “โสม” ที่ถือได้ว่าเป็นราชาแห่งมวลสมุนไพรกันให้มากขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจรักษาสุขภาพร่างกายด้วยสมุนไพรธรรมชาติปลอดสารพิษกัน

 

ต้นกำเนิดของโสม


   โสมเป็นพืชสมุนไพรโบราณ จัดเป็นพืชล้มลุก มีหลากหลายสายพันธุ์แตกต่างกันไปตามแต่สถานที่เพาะปลูก เช่น โสมจีน โสมเกาหลี โสมอเมริกา เชื่อกันว่าโสมในยุคแรกที่มีการนำมาใช้คือโสมป่า ที่ขุดได้จากทางตอนเหนือของจีน แต่ปัจจุบันเป็นสมุนไพรที่หายากมาก ทุกประเทศจึงหันมาปลูกโสมในเชิงพานิชย์เพื่อผลิตเป็นยาบำรุงและยารักษาโรคต่าง ๆ

 

ลักษณะของโสมที่ดี


    โสมมีรากลึกประมาณ 1 ฟุต ลำต้นสูงประมาณ 1 เมตร โดยมีสรรพคุณทางยาแทบทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นใบ ดอก เมล็ด กิ่งก้าน และลำต้น แต่ส่วนที่มีคุณค่ามากที่สุดนั้น คือส่วนของ “ราก” เรานิยมนำโสมมาใช้เฉพาะส่วนของรากที่อยู่ลงไปใต้ดิน ตามตำรับแพทย์แผนจีนโบราณ ลักษณะของรากโสมที่ดีนั้น ควรมีรูปร่างที่คล้ายมนุษย์ และมีช่วงอายุระหว่าง 4-6 ปี ซึ่งโสมอายุ 6 ปีจะเป็นโสมที่ถือว่ามีตัวยาสำคัญมากที่สุด

ประเภทของโสม

 

โสมสามารถแบ่งตามการเก็บรักษาหรือการแปรรูปได้ ดังนี้

 

✅ โสมขาว (หยิ่งเซียม) คือ โสมสดที่ไม่ได้ผ่านกรรมวิธีใด ๆ มีลักษณะเป็นสีขาวซีด โดยจะถูกขุดขึ้นมาจากดิน ล้างทำความสะอาด แล้วทานสด หรือนำมาอบหรือตากแห้ง เพื่อให้เก็บรักษาได้นานยิ่งขึ้น

✅ โสมแดง คือ โสมขาวที่นำมาผ่านกระบวนการอบไอน้ำด้วยอุณหภูมิ 120-130 องศา จนรากเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอมแดง แล้วนำไปอบจนมีลักษณะแห้งและแข็ง ซึ่งจะมีสรรพคุณทางยาที่ครบถ้วนและมีราคาสูงกว่าโสมขาว

 

รูปแบบการทานโสม


     โสมขาวนั้น มักจะนำรากโสมไปต้มเอาน้ำดื่ม ชงเป็นชาโสม นำไปต้มหรือตุ๋นกับอาหารเป็นยาสมุนไพรบำรุงร่างกาย หรือถูกนำไปแปรรูป เช่น บดเป็นผงบรรจุแคปซูล หรือนำไปสกัดเป็นหัวสกัดโสมเข้มข้น เป็นต้น 

 

ประโยชน์ของโสม

 

     โสมช่วยเพิ่มการสร้างพลังงาน ให้ร่างกายรู้สึกกระชุ่มกระชวยมีกำลังวังชา เนื่องจากโสมช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้น ช่วยเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดแดง กระตุ้นการทำงานของหัวใจ สามารถนำพาออกซิเจนไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้ผนังเซลล์ดูดซึมออกซิเจนได้ดี ทำให้การเผาผลาญภายในร่างกายเพิ่มขึ้น

ร่างกายจึงปลดปล่อยพลังงานได้มากขึ้น จึงเหมาะกับใช้เป็นยาบำรุงกำลังสำหรับนักกีฬา และผู้ที่ทำงานใช้แรงกายมาก

 

โสมกระตุ้นการทำงานสมอง


      โสมมีสาร “จินเซนโนไซด์” (Ginsenoside) ที่จะช่วยส่งเสริมการทำงานของสารสื่อประสาทในสมองและระบบประสาทส่วนกลาง จึงมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง ช่วยให้จิตใจเบิกบานมีชีวิตชีวา กระปรี้กระเปร่า จึงเหมาะกับผู้ที่ทำงานและใช้ชีวิตประจำวันที่ใช้สมอง สมาธิ และความทรงจำเป็นอย่างมาก

 

 

โสมช่วยขับสารพิษและไขมันในหลอดเลือด


     สารซาโปนิน (Saponin) ที่พบมากในรากโสมนั้น เปรียบเสมือนผู้ช่วยทำความสะอาดหลอดเลือด ที่จะช่วยชำระล้างสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ที่อยู่ในหลอดเลือด ไม่ว่าจะเป็น สารพิษต่าง ๆ สารปรอท แคดเมียม และช่วยกำจัดไขมันที่เกาะตามผนังหลอดเลือด จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบการเผาผลาญและการไหลเวียนของเลือด

 

โสมช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน


     โสมช่วยในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง และกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวให้มีจำนวนมากขึ้น เพื่อกำจัดเชื้อโรค เชื้อจุลินทรีย์ เชื้อไวรัส เชื้อรา และสารเคมีต่าง ๆ ที่เข้าสู่ร่างกาย ช่วยลดอาการเจ็บป่วยจากสภาพอากาศ สภาพแวดล้อม และการติดเชื้อต่าง ๆ  นอกจากนี้โสมยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคอ่อน ๆ ที่สามารถกำจัดเชื้อราและแบคทีเรียบางชนิดได้อีกด้วย

 

 

โสมช่วยลดความเครียด


     สารอะแดปโทเจน (Adaptogen) ที่มีอยู่มากในโสมนั้น มีคุณสมบัติช่วยลดความเครียด ลดการหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความเครียดจากต่อมหมวกไต ช่วยปรับสภาพร่างกายและจิตใจให้อดทนต่อสภาวะต่าง ๆ ได้มากขึ้น และทำให้ร่างกายและจิตใจรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า บรรเทาความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า โดยการกระตุ้นให้เซลล์ในร่างกายให้สร้างพลังงานเพิ่มขึ้น ส่งผลให้สุขภาพจิตดีขึ้น ป้องกันโรคซึมเศร้าและโรควิตกกังวลได้
 

 

#โสมบำรุงวัยทองและชลอความชรา

 

     โสมช่วยบรรเทาอาการร้อนวูบวาบ ปวดหัว เวียนหัว ปวดเอว กล้ามเนื้อและข้อต่อแข็ง อ่อนเพลีย หายใจขัด ตาพร่า มือและเท้าเย็น ของเพศหญิงในวัยหมดประจำเดือน (วัยทอง) ได้เป็นอย่างดี มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูและเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ ช่วยให้เนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกายเสื่อมถอยช้าลง จึงช่วยชะลอความแก่ลงได้

 

#สิ่งที่ควรรู้ในการทานโสม

 

✅ ปริมาณโสมที่ควรทานของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพร่างกาย อายุ สถานะทางด้านสุขภาพ เป็นต้น จึงควรปรึกษาแพทย์ถึงปริมาณที่เหมาะสม (โดยทั่วไปคือ 1-2 กรัม ต่อวัน)

✅ เด็กเล็กทานโสมได้ในช่วงอายุตั้งแต่ 6 ขวบขึ้นไป แต่ควรลดปริมาณลงเพียงครึ่งเดียวของผู้ใหญ่

✅ ควรรับประทานโสมต่อเนื่องอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อให้โสมทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างสมบูรณ์

✅ หากไม่เคยทานโสม ให้เริ่มจากการทานในปริมาณน้อยก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มปริมาณมากขึ้นตามความเหมาะสม เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัว หากมีอาการข้างเคียง เช่น ความดันโลหิตสูง นอนไม่หลับ มีผื่น และท้องร่วง ให้หยุดใช้และปรึกษาแพทย์

✅ ควรทานโสมในช่วงที่ท้องว่าง เช่น หลังตื่นนอน ระหว่างมื้ออาหาร หรือก่อนเข้านอน เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดีขึ้น และควรดื่มน้ำสะอาดให้มากขึ้นเพื่อลดความร้อนของร่างกาย ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีนเนื่องจากอาจส่งผลกระทบข้างเคียงได้

 

#โสมเหมาะกับใครบ้าง?

 

✅ผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพ อยู่ในระหว่างการรักษาพักฟื้น

✅ วัยสูงอายุที่ต้องการดูแลรักษาสุขภาพ

✅ ผู้ที่ทำงานหนัก ใช้พลังงานมาก เช่น นักกีฬา

✅ ผู้ที่ทำงานใช้สมอง ความคิด และความจำมาก

✅บุคคลทั่วไปที่ต้องการบำรุงรักษาสุขภาพร่างกาย

 

 

     เมื่อสุขภาพร่างกายองค์รวมของเรานั้นแข็งแรง สมดุลของระบบในร่างกายกลับมาเป็นปกติ ก็จะสามารถเอาชนะโรคภัยหรือการติดเชื้อต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น ลองหันมาทานโสมเป็นประจำกัน