ยาสมุนไพรจีน,สมุนไพรจีนโบราณ,ยาจีน,ตำรับ,ร้านขายยาจีน

ไขมันคอเลสเตอรอลขจัดได้ด้วยศาสตร์แผนจีน​

• เนื่องด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตของคนปัจจุบันที่ทำงานนั่งติดที่ทั้งวัน ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย หรือทานอาหารแบบเร่งด่วนซึ่งมักมีปริมาณไขมันที่สูงมากเกินพอดี จึงทำให้คนยุคนี้เป็นโรคอ้วนหรือไขมันในเลือดสูงกันมากมาย หากปล่อยเอาไว้ก็อาจเกิดเป็นโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดหัวใจและสมอง ซึ่งได้คร่าชีวิตคนไปมากกว่า 50% ของโรคทั้งหมดรวมกัน หรือกว่า 30,000 คนต่อปี

 

     อันตรายขนาดนี้ หากใครรู้ตัวว่ากำลังมีความเสี่ยงต่อไขมันในเลือดสูงหรือมีความอ้วนเกินพอดี ก็ควรที่จะหันมาใส่ใจกับสุขภาพของตนเองก่อนที่จะสายเกินแก้กันดีกว่า โดยศาสตร์การแพทย์แผนจีนก็ได้กล่าวถึงทฤษฏีเกี่ยวข้องกับการลดความอ้วนและปริมาณไขมันในเลือด ซึ่งเป็นประโยชน์และใช้เป็นแนวทางการดูแลรักษาตนเองได้เป็นอย่างดี พร้อมแล้วก็ตามมาดูกันเลย

ทานน้อยแต่อ้วนง่าย? อาจเกิดจาก “ม้ามชื้น”

 

ทำไมบางคนทานน้อยแต่กลับอ้วนง่ายกว่าคนอื่น?

 

• ในตำราแพทย์แผนจีนได้อธิบายไว้ว่า ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดความอ้วนเกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถเผาผลาญได้ดี อันเนื่องมาจากภาวะ “ม้ามชื้น” ที่เกิดจากเส้นลมปราณอุดตันและขาดความสมดุล จนระบบเผาผลาญบกพร่อง นอกจากนี้ก็อาจเกิดได้จากหยินของตับและไตพร่อง หรือเส้นลมปราณของตับร้อน ซึ่งจะส่งผลกระทบถึงการสังเคราะห์ไขมัน หรือการทำงานของม้ามและกระเพาะอาหารผิดปกติ จนทำให้การลำเลียงน้ำและความชื้นติดขัด มีเสมหะคั่งจนเกิดการอุดตัน ก็จะส่งผลให้คอเลสเตอรอลสูงได้ 

 

สังเกตตนเองอย่างไรว่ามีภาวะม้ามชื้น

 

• แนวทางการสังเกตง่าย ๆ ว่าตนเองกำลังมีภาวะม้ามอ่อนแอหรือม้ามพร่องอยู่หรือไม่นั้น คือ “การตรวจสีและลักษณะของลิ้น” โดยหากมีอาการกัดลิ้นตัวเอง ลิ้นรู้สึกใหญ่คับปาก และมีฝ้าหนาสีขาวหรือสีเหลือง โดยฝ้าสีขาวจะแสดงถึงอาการม้ามชื้นและเย็น แต่หากมีฝ้าหนาสีเหลืองจะแสดงถึงอาการม้ามชื้นและร้อน หากพบว่าตนเองกำลังมีอาการเหล่านี้ ก็ควรให้แพทย์ทำการตรวจวินิจฉัยอาการและทำการรักษาต่อไป

 

✅ ลดอาหารที่อาจทำให้ระบบม้ามชื้น เช่น อาหารจำพวกแป้ง ของหวาน และอาหารที่มีฤทธิ์เย็น เช่น น้ำแข็ง น้ำเย็น และไอศกรีม (เนื่องจากม้ามเป็นธาตุดินซึ่งไม่ชอบความชื้น)

 

✅ หันมาทานอาหารฤทธิ์เผ็ดร้อน เช่น ขิง ข่า ตะไคร้ ให้มากขึ้นเพื่อปรับสมดุลร่างกาย

 

✅ ทานอาหารให้หลากหลายและสมดุล ไม่หนักไปอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น การทานอาหารฤทธิ์เย็นมากจนเกินไป ก็จะส่งผลให้กระเพาะและม้ามเย็น จนส่งผลให้การย่อยและการส่งลำเลียงอาหารติดขัดได้

 

คนผอมก็เสี่ยง “ไขมันในเลือดสูง” ได้

 

• มีคนมากมายที่มีรูปร่างผอมเพรียวแต่กลับตรวจพบว่ามีไขมันในเลือดสูง?

 

     ปริมาณไขมันที่มากเกินไปนั้นบางครั้งก็ไม่ได้เห็นด้วยตาเปล่า เนื่องจากไขมันที่สะสมอยู่ในกระแสเลือดนั้น เป็นคนละส่วนกับไขมันที่สะสมใต้ผิวหนัง ดังนั้น คนอ้วนอาจไม่จำเป็นต้องมีไขมันในเลือดสูงเสมอไป ในขณะที่คนผอมก็อาจมีไขมันในเลือดสูงได้

 

     ใครทานเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน แล้วได้ใจทานตามใจปากต่อไปเรื่อย ๆ คนกลุ่มนี้จะยิ่งเสี่ยงต่อไขมันในเลือดสูงมากกว่าคนที่อ้วนง่ายเสียอีก จนเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดตีบ ที่ร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะอ้วนหรือผอมก็ควรที่จะดูแลในเรื่องอาหารการกินและการออกกำลังกายเช่นกัน

 

ลดไขมันไม่ดี (LDL) เพิ่มไขมันดี (HDL)

 

• ลดอาหารจำพวกไขมันอิ่มตัวสูง (Saturated Fat) และอาหารจำพวกไขมันทรานส์ (Trans Fat) อย่างเช่น ไขมันสัตว์ ไส้กรอก เบคอน เนย เนยเทียม ครีมสด ครีมเทียม มาการีน ชีสแข็ง น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม เค้ก บิสกิต อาหารสำเร็จรูป เป็นต้น

 

     เพราะหากเราทานอาหารที่อุดมไปด้วยคอเลสเตอรอลชนิดไขมันไม่ดี (LDL) มากจนเกินไป ก็จะก่อให้เกิดตะกรันไขมันเกาะอยู่ตามผนังของหลอดเลือด และเกิดภาวะหลอดเลือดตีบได้ และไตรกลีเซอไรด์จะเป็นตัวการที่ทำให้เกิดเนื้อเยื่อไขมัน (Body Fat) พอกพูนตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย จนเป็นสาเหตุให้เกิดความอ้วน

 

     การลดไขมันไม่ดีต้องเสริมสร้างร่างกายด้วยคอเลสเตอรอลชนิดไขมันดี (HDL) เพื่อที่จะได้นำพาเอาไขมันไม่ดีที่ตกค้างในเส้นเลือดกลับไปที่ตับได้ หันมาทานอาหารที่มีคอเลสเตอรอลไม่สูง เช่น เนื้อไม่ติดมัน เนื้อปลา นมพร่องมันเนย และอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันดีเช่น ถั่ว เมล็ดธัญพืช อะโวคาโด ปลาหลายชนิด เช่น ปลาทู ปลาแซลมอน และปลาทูน่า เป็นต้น

 

ปรับพฤติกรรมการทานอาหาร

  

• กำหนดปริมาณและเวลาของอาหารแต่ละมื้อ หลีกเลี่ยงการทานอาหารมากจนเกินไป (โดยเฉพาะในมื้อดึก) ไม่ตามใจปาก ทานอาหารให้สมดุลในทุกประเภท โดยไม่หนักไปอย่างใดอย่างหนึ่ง

 

เคี้ยวอาหารให้ช้าลง ไม่ทานเร็วจนเกินไป เพื่อให้กระเพาะได้มีเวลาทำงานและไม่ทำงานหนักจนเกินไป และส่งผลให้อิ่มเร็ว ทานน้อยลงอีกด้วย

 

แอโรบิกออกกำลังกายลดไขมัน

 

 • การออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยเพิ่มระดับไขมันดีในร่างกายของคุณ และกระตุ้นร่างกายเพื่อขจัดไขมันสะสมไปย่อยสลายที่ตับ โดยรูปแบบการออกกำลังกายที่สามารถเผาผลาญไขมันได้ดีนั้น คือการออกกำลังกายแบบแอโรบิก (Aerobic) เช่น การเต้น ว่ายน้ำ เดินเร็ว วิ่งจ๊อกกิ้ง ขี่จักรยาน โดยควรออกกำลังกายต่อเนื่องอย่างน้อยสัปดาห์ละ 150 นาที หรือทุกวันถ้าเป็นไปได้

 

นอกจากนี้ก็ควรหมั่นหาโอกาศเคลื่อนไหวหรือออกกำลังกายอยู่เสมอในชีวิตประจำวัน เช่น การใช้บันไดแทนการขึ้นลิฟต์ การเลือกเดินเท้าแทนการโดยสารด้วยรถ เป็นต้น

 

ลดเครียด/พักผ่อนให้เพียงพอ

 

• หากร่างกายได้รับการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ หรือมีความเครียดที่มากจนเกินไป จะส่งผลให้ร่างกายมีการสร้างอดีนารีนขึ้นมา และเพิ่มระดับของฮอร์โมนที่มีชื่อว่า “คอร์ติซอล” หรือ ฮอร์โมนความเครียดนั่นเอง ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกหิวและอยากรับประทานอาหารมากขึ้นจนเกินความจำเป็น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดไขมันสะสมและอ้วนขึ้นได้ในที่สุด

 

ดังนั้น เราจึงควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทำกิจกรรมเพื่อลดความเครียด เช่น การนั่งสมาธิอย่างน้อย 10 นาทีต่อวัน ผ่อนคลายความเครียดด้วยกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ เป็นต้น

 

หากคุณเครียดจนไม่สามารถทนต่อความอยากอาหารได้ ให้เลือกอาหารว่างที่มีปริมาณไขมันต่ำ และมีใยอาหารสูง เช่น ขนมปังโฮลวีต หรือเครื่องดื่มธัญญาหาร ที่มีระดับน้ำตาลไม่สูง และช่วยควบคุมความหิวได้ดี

 

งดสูบบุหรี่/ดื่มแอลกอฮอล์

 

 • สารเคมีที่พบในบุหรี่ที่มีชื่อว่า Acrolein นั้น จะยับยั้งไขมันดีในการการขนส่งไขมันจากบริเวณที่สะสมไปยังตับ ส่งผลให้เกิดภาวะคอเลสเตอรอลสูงและโรคหลอดเลือดแดงแข็งได้

 

     ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นมีแคลอรี่ที่สูง รวมถึงมีส่วนในการลดฮอร์โมนในการสร้างกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อลดลง ก็จะทำให้การเผาผลาญไขมันช้าลงไปด้วย อีกทั้งยังกระตุ้นให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งจะกระตุ้นให้มีการสะสมไขมันมากขึ้นโดยเฉพาะในเพศหญิง

 

#ท้องผูกก็ทำให้ดูอ้วนได้

 

• ความอ้วนนั้นบางครั้งก็ไม่ได้เกิดจากไขมันอย่างเดียวเสมอไป แต่เกิดจากการสะสมของแก๊สในช่องท้อง เนื่องจากอาหารที่เน่าเสียภายในช่องท้อง เพราะไม่ได้ถูกขับถ่ายออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ จนเกิดอาการพุงป่องนั่นเอง

 

ดังนั้นจึงควรแก้อาการท้องผูก ด้วยการทานอาหารไฟเบอร์สูง เช่น ผลไม้และผักชนิดต่าง ๆ เช่น อะโวคาโด และผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ข้าวกล้อง ขนมปังและพาสต้าจากธัญพืชไม่ขัดสี เป็นต้น ซึ่งจะลดคอเลสเตอรอลและช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น

 

นอกจากนี้ คุณยังสามารถทำการบริหารลำไส้ด้วยการกดนวด เพื่อกระตุ้นให้ลำไส้ได้มีการขยับเขยื้อน โดยทำการกดนวดวนรอบสะดือตามเข็มนาฬิกา ก็จะช่วยให้ลดอาการท้องผูกลงได้

 

ลดอ้วน/ไขมันในเลือดด้วยศาสตร์แผนจีน

 

• วิธีการรักษารบกวนตามหลักแพทย์แผนจีนนั้น จะเริ่มต้นจากการพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย และหาสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคอ้วน เช่น ม้ามมีความอ่อนแอหรือบกพร่องหรือไม่ หลังจากนั้นก็จะทำการรักษาตามอาการหนัก/เบา และความอ้วนของแต่ละบุคคลที่ไม่เท่ากัน

 

หากคนไข้มีความอ้วนมากจนเกิดไขมันอุดตัน แพทย์จีนจะใช้วิธีการรักษา เช่น การฝังเข็มหรือครอบแก้ว ควบคู่ไปกับการทานยาสมุนไพรเพื่อลดไขมัน ปรับสมดุลร่างกาย และบำรุงอวัยวะภายในต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเผาผลาญไขมัน เช่น ม้าม ตับ ไต ให้กลับมาแข็งแรงและมีความสมดุล

 

สมุนไพรที่โดดเด่นในการลดไขมันในเลือดนั้นมีมากมาย อาทิเช่น โสม ซานจา ใบแปะก๊วย เก๋ากี้ เห็ดหลินจือ เจียวกู่หลาน ปั๊วแห่ ก๊วกเหม่งจี้ หวยหมั่วยั้ง เฉินผี เป็นต้น

 

#สมุนไพรตำรับ “ขจัดไขมันคอเลสเตอรอลในเลือด”

 

• ลองหันมาทานสมุนไพรตำรับที่จัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะประกอบไปด้วยสมุนไพรหลายชนิดเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการรักษา โดยสมุนไพรตำรับ “ระบบขจัดไขมันคอเลสเตอรอลในเลือด” นั้น จะช่วยลดระดับปริมาณไขมันส่วนเกินในเลือด และช่วยในการกระตุ้นการเผาผลาญไขมันส่วนเกินในร่างกาย อีกทั้งยังช่วยในเรื่องการทำงานของลำไส้ ทำให้ลำไส้บีบตัวได้ดีขึ้น สามารถขับอาหาร ที่ตกค้าง และไขมันส่วนเกินที่อยู่ภายในลำไส้ออกได้หมด ไม่สะสมอยู่ภายในลำไส้ ไม่ก่อให้เกิดภาวะไขมันอุดตัน และสามารถช่วยลดปัญหาน้ำหนักตัวที่มากกว่าปกติได้อีกด้วย